ฉันสามารถรับดอกเบี้ยจากยอดเงินสดในบัญชีเทรดดิ้งได้หรือไม่

โบรกเกอร์จำนวนมากจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินสดที่ไม่ได้ใช้งาน คู่มือนี้อธิบายว่าดอกเบี้ยทำงานอย่างไร อัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไป และปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนเงิน

คำเตือน

นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ

ข้อความภาษาอังกฤษของคำเตือนความเสี่ยงเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่มีผลผูกพัน คำแปลมีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น

โบรกเกอร์จำนวนมากจ่ายดอกเบี้ยสำหรับยอดเงินสดในบัญชีเทรด และดอกเบี้ยนี้เป็นวิธีที่โบรกเกอร์ส่งต่อส่วนหนึ่งของอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางให้กับเทรดเดอร์ ดอกเบี้ยจะจ่ายจากเงินสดที่ยังไม่ได้ลงทุน และจะนำเข้าบัญชีเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส เทรดเดอร์ที่เก็บยอดเงินสดไว้ในบัญชีเทรดสามารถสร้างผลตอบแทนเล็กน้อยจากเงินสดได้ และผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นส่วนเพิ่มจากกำไรจากการเทรด

ดอกเบี้ยทำงานอย่างไร

โบรกเกอร์จะเก็บเงินสดไว้ในบัญชีแยกต่างหากที่ธนาคาร และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินสดนั้น โบรกเกอร์จะส่งต่อดอกเบี้ยส่วนหนึ่งจากธนาคารให้กับเทรดเดอร์ และโบรกเกอร์จะเก็บอีกส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าธรรมเนียม ส่วนที่ส่งต่อให้กับเทรดเดอร์เรียกว่า “อัตราดอกเบี้ยของเทรดเดอร์” และส่วนที่โบรกเกอร์เก็บไว้เรียกว่า “ส่วนต่างของโบรกเกอร์”

โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยของเทรดเดอร์จะต่ำกว่าระดับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเล็กน้อย และส่วนต่างของโบรกเกอร์มักอยู่ที่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น หากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางคือ 4 เปอร์เซ็นต์ เทรดเดอร์อาจได้รับ 2.5 เปอร์เซ็นต์ถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ และโบรกเกอร์จะเก็บ 0.5 เปอร์เซ็นต์ถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์

ดอกเบี้ยจะคำนวณจากยอดเงินสดรายวัน และจะนำดอกเบี้ยเข้าบัญชีเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส ดอกเบี้ยจะมีการทบต้น และดอกเบี้ยที่ทบต้นจะสะสมเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป

อัตราทั่วไป

อัตราทั่วไปสำหรับลูกค้ารายย่อยในสหภาพยุโรปอยู่ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ต่อปีสำหรับยอดคงเหลือเป็น EUR และอัตราทั่วไปอยู่ที่ 4 เปอร์เซ็นต์ถึง 5.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีสำหรับยอดคงเหลือเป็น USD อัตราดังกล่าวสูงขึ้นสำหรับยอดคงเหลือเป็น USD เพราะ Federal Reserve มีความเข้มงวดมากกว่าธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank)

อัตราแตกต่างกันไปตาม Broker และอัตราจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของ Broker กับธนาคาร Broker ที่มีความสัมพันธ์ระดับ tier-1 กับธนาคารสามารถเสนออัตราที่สูงกว่าได้ และ Broker ที่มีความสัมพันธ์กับธนาคารขนาดเล็กกว่าสามารถเสนออัตราที่ต่ำกว่าได้ ผู้เทรดควรเปรียบเทียบอัตราระหว่าง Broker และควรดูอัตราสำหรับสกุลเงินพื้นฐานของผู้เทรด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนเงิน

ปัจจัยแรกคือยอดเงินสด ผู้เทรดที่เก็บยอดเงินสดไว้มากกว่าจะได้รับดอกเบี้ยมากกว่า และผู้เทรดที่เก็บยอดเงินสดไว้น้อยกว่าจะได้รับดอกเบี้ยน้อยกว่า ยอดเงินสดคือยอดเงินคงเหลือเฉลี่ยรายวัน และยอดเงินสดจะถูกคำนวณโดย Broker

ปัจจัยที่สองคือสกุลเงินฐาน ผู้เทรดที่ถือยอดเงินเป็น USD จะได้รับดอกเบี้ยมากกว่าผู้เทรดที่ถือยอดเงินเป็น EUR และผู้เทรดควรพิจารณาสกุลเงินฐานเมื่อเปิดบัญชี สกุลเงินฐานส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ย และสกุลเงินฐานส่งผลต่อค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน

ปัจจัยที่สามคือประเภทบัญชี บัญชีบางประเภทจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า และบัญชีแบบพรีเมียมอาจมียอดเงินขั้นต่ำที่สูงกว่า ผู้เทรดควรชั่งน้ำหนักอัตราที่สูงขึ้นเทียบกับยอดเงินขั้นต่ำ และควรมองหาประเภทบัญชีที่สอดคล้องกับยอดเงินของผู้เทรด

ปัจจัยที่สี่คือนโยบายของ Broker โบรกเกอร์บางรายจ่ายดอกเบี้ยจากยอดเงินสดเต็มจำนวน และบางรายจ่ายดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ เกณฑ์โดยปกติมักอยู่ที่ €1,000 ถึง €10,000 และผู้เทรดควรตรวจสอบเกณฑ์ก่อนเปิดบัญชี

ข้อดีและข้อเสียของการรับดอกเบี้ย

ข้อดีข้อแรกคือผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่ำ ดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่ำ และดอกเบี้ยจะถูกจ่ายโดย Broker จากเงินสดที่แยกไว้ต่างหาก ผู้เทรดที่เก็บยอดเงินสดไว้ในบัญชีเทรดจะได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยโดยไม่ต้องรับความเสี่ยง และผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นส่วนเพิ่มจากกำไรจากการเทรด

ข้อดีข้อที่สองคือสภาพคล่อง เงินพร้อมสำหรับการเทรดได้ทุกเมื่อ และผู้เทรดไม่จำเป็นต้องโอนเงินไปยังบัญชีแยกต่างหาก สภาพคล่องนี้มีประโยชน์สำหรับผู้เทรดที่ต้องการพร้อมที่จะเทรด และยังมีประโยชน์สำหรับผู้เทรดที่ต้องการหลีกเลี่ยงเวลาที่ใช้ในการโอนเงิน

ข้อเสียข้อแรกคืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราของธนาคารกลาง และผู้เทรดสามารถได้รับอัตราที่สูงกว่าโดยย้ายเงินไปยังบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง ผู้เทรดควรเปรียบเทียบอัตรากับอัตราที่ธนาคาร และควรพิจารณาความสะดวกของบัญชีเทรด

ข้อเสียข้อที่สองคือความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยอาจต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ และผลตอบแทนที่แท้จริงจากเงินสดอาจเป็นลบ ผู้เทรดที่เก็บยอดเงินสดจำนวนมากไว้ในสภาพแวดล้อมที่ดอกเบี้ยต่ำกำลังสูญเสียกำลังซื้อ และผู้เทรดควรพิจารณาลงทุนเงินดังกล่าวในหุ้นหรือในพันธบัตร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยจากเงินสด

ดอกเบี้ยรับประกันหรือไม่? ไม่ ดอกเบี้ยไม่ได้รับประกัน และ Broker สามารถปรับอัตราได้ทุกเมื่อ โดยปกติ Broker จะแจ้งการเปลี่ยนแปลงอัตราล่วงหน้า และอัตราของ Broker มักจะเชื่อมโยงกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

ดอกเบี้ยต้องเสียภาษีหรือไม่? ใช่ โดยทั่วไปดอกเบี้ยถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีในเขตอำนาจศาลส่วนใหญ่ และ Broker จะออกเอกสารภาษี ณ สิ้นปี ผู้ซื้อขายควรรายงานดอกเบี้ยในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และควรปรึกษาที่ปรึกษาด้านภาษีเกี่ยวกับกฎในท้องถิ่น

ฉันสามารถสูญเสียเงินสดที่ได้รับดอกเบี้ยได้หรือไม่? ไม่ เงินสดจะถูกเก็บไว้ในบัญชีที่แยกต่างหาก และเงินสดไม่มีความเสี่ยง ดอกเบี้ยจ่ายโดย Broker และเงินสดจะถูกส่งคืนให้ผู้ซื้อขายหาก Broker ล้มละลาย

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นจากตรงไหน

หากคุณกำลังพิจารณารายได้ดอกเบี้ยจากยอดเงินสดในบัญชี ขั้นตอนแรกที่มีประโยชน์ที่สุดคือการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยระหว่างโบรกเกอร์ 3 ถึง 5 ราย และตรวจสอบเกณฑ์และสกุลเงินฐาน Our broker comparison แสดงรายชื่อโบรกเกอร์และอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินสด ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบว่าโบรกเกอร์จ่ายดอกเบี้ยให้คุณเท่าใดก่อนที่คุณจะเปิดบัญชี