ฉันจะเลือกสกุลเงินฐานสำหรับบัญชีเทรดหุ้นของฉันได้อย่างไร

สกุลเงินพื้นฐานของบัญชีเทรดคือสกุลเงินที่บัญชีถูกกำหนดไว้ (denominated) และการเลือกสกุลเงินดังกล่าวมีผลกระทบที่แท้จริงต่อค่าธรรมเนียม การรายงานภาษี และต้นทุนในการถือสินทรัพย์ในสกุลเงินอื่น

คำเตือน

นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ

ข้อความภาษาอังกฤษของคำเตือนความเสี่ยงเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่มีผลผูกพัน คำแปลมีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น

สกุลเงินฐานของบัญชีเทรดคือสกุลเงินที่บัญชีถูกกำหนดไว้ (denominated) รายงานใบแจ้งยอดบัญชี ยอดเงินสด ค่ากำหนดมาร์จิ้น และกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (realised) รวมถึงกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealised) ล้วนรายงานเป็นสกุลเงินฐาน การตัดสินใจเลือกสกุลเงินฐานเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ส่งผลต่อเนื่องหลายด้าน และการเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสกุลเงินในประเทศของเทรดเดอร์ สินทรัพย์ที่เทรดเดอร์ถืออยู่ และตารางค่าธรรมเนียมของ Broker

สิ่งที่สกุลเงินฐานส่งผลกระทบ

สกุลเงินฐานส่งผลโดยตรงต่อ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือค่าใช้จ่ายในการแปลงสกุลเงินตอนเติมเงิน เทรดเดอร์ที่เติมเงินในบัญชีที่มีสกุลเงินเป็น USD แต่เป็น EUR จะต้องจ่ายอัตราแปลง EUR-USD ของ Broker ตอนนำเงินเข้า และจ่ายอัตราแปลง USD-EUR ของ Broker ตอนถอนออก การแปลงทั้งสองมักมีการกำหนดราคาโดยมีส่วนต่าง (spread) และส่วนต่างนี้คือ “ต้นทุนจริง” ในการเติมเงิน

เรื่องที่สองคือค่าใช้จ่ายในการแปลงสกุลเงินสำหรับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในสกุลเงินอื่น เทรดเดอร์ที่มีบัญชีที่มีสกุลเงินเป็น USD และถือหุ้นของสหราชอาณาจักรที่แสดงราคาเป็น GBp จะต้องเห็นการแปลง GBP-USD ทุกครั้งที่มีเงินปันผลและทุกครั้งที่ขายหุ้น การแปลงจะทำตามอัตราที่ Broker ใช้อยู่ในขณะนั้น และ spread คือแรงกดทับต่อผลตอบแทนแบบ “ต้นทุนจริง” โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์สายรายได้

เรื่องที่สามคือการรายงานภาษี เทรดเดอร์ที่มีบัญชีสกุลเงินเป็น EUR ที่ซื้อขายหุ้นสหรัฐ จะรายงานธุรกรรมเป็น EUR เพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี และการแปลงจะทำตามอัตราที่ Broker รายงาน หน่วยงานด้านภาษีอาจใช้อัตราที่แตกต่าง (เช่น อัตรารายวันของ ECB) และความต่างระหว่างอัตราของ Broker กับอัตราของหน่วยงานภาษีอาจทำให้เกิดกำไรหรือขาดทุนเล็กน้อยในการยื่นภาษี เทรดเดอร์เป็นผู้รับผิดชอบในการปรับยอดความแตกต่างนี้

สกุลเงินฐานที่พบบ่อย

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีสกุลเงินฐานให้เลือกจำนวนหนึ่ง โดยสกุลเงินที่พบบ่อยที่สุดคือ USD, EUR, GBP, AUD, CAD, CHF, JPY และ SGD โบรกเกอร์บางรายอาจมีสกุลเงินที่แปลกใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ แต่โดยทั่วไปแล้วเมนูจะจำกัดอยู่ที่สกุลเงินหลักเท่านั้น ผู้เทรดจะเลือกสกุลเงินฐานตอนเปิดบัญชี และการเปลี่ยนภายหลังมักจะต้องเปิดบัญชีใหม่

สกุลเงินฐานเป็นการตั้งค่ารายบัญชี ไม่ใช่การตั้งค่ารายการเทรด ผู้เทรดที่มีหลายบัญชีสามารถถือบัญชีที่มีสกุลเงินฐานต่างกันได้ แต่บัญชีเดียวจะมีสกุลเงินฐานเพียงสกุลเดียว ค่าใช้จ่ายในการถือหลายบัญชีคือการทำเอกสารซ้ำซ้อนและเงินฝากขั้นต่ำที่แต่ละโบรกเกอร์กำหนด ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจริงๆ

สกุลเงินฐานที่เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่

สำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ สกุลเงินฐานที่เหมาะสมคือสกุลเงินที่เทรดเดอร์ใช้เป็นเงินทุน และสกุลเงินที่เทรดเดอร์ใช้จ่าย โดยเทรดเดอร์ที่ได้รับเงินเป็น EUR ใช้จ่ายเป็น EUR และรายงานภาษีเป็น EUR ควรมีบัญชีที่ระบุเป็น EUR ต้นทุนในการโอนเงินเข้าเป็น EUR และต้นทุนในการรายงานเป็น EUR เป็นศูนย์ทั้งคู่ และการแปลงสกุลเงินมีเพียงเฉพาะกับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในสกุลเงินอื่นเท่านั้น

เทรดเดอร์ที่เทรดหุ้นสหรัฐฯ และถือเพื่อระยะยาว สามารถพิจารณาบัญชีที่ระบุเป็น USD ได้ โดยเงินทุนมาจาก EUR การแปลงเป็น USD จะทำเพียงครั้งเดียว และถือสินทรัพย์เป็น USD โดยไม่มีการแปลงเพิ่มเติมจนกว่าเทรดเดอร์จะขายและนำเงินกลับประเทศ ต้นทุนของการแปลงครั้งแรกจะถูกเฉลี่ยตามระยะเวลาที่ถือ และแรงเสียดทานจากการแปลงสกุลเงินที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมีไม่มาก

เทรดเดอร์ที่เทรดหลายตลาดและหลายสกุลเงินมักจะมีสกุลเงินฐานเพียงสกุลเดียว และยอมรับต้นทุนของการแปลงสกุลเงินสำหรับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในสกุลเงินอื่น ทางเลือกอื่นคือการมีหลายบัญชีในหลายสกุลเงินฐาน ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าในเชิงการปฏิบัติงาน และโดยมากไม่คุ้มกับเงินที่ประหยัดได้จากการแปลงสกุลเงิน

เมื่อใดควรใช้สกุลเงินฐานที่ไม่เป็นมาตรฐาน

สกุลเงินฐานที่ไม่เป็นมาตรฐานเหมาะสมเมื่อแหล่งเงินทุนหลักของเทรดเดอร์อยู่ในสกุลเงินที่โบรกเกอร์รองรับ แต่การรายงานภาษีของเทรดเดอร์อยู่ในอีกสกุลเงินหนึ่ง เทรดเดอร์ที่ได้รับเงินเป็น CHF และรายงานภาษีเป็น EUR สามารถใช้บัญชีที่กำหนดเป็น CHF แล้วแปลงเป็น EUR ณ สิ้นปี หรือสามารถใช้บัญชีที่กำหนดเป็น EUR และยอมรับการแปลงเมื่อมีการเติมเงิน ตัวเลือกนี้ขึ้นอยู่กับว่าการแปลงแบบใดมีต้นทุนถูกกว่ากัน และแบบใดที่ง่ายต่อการตรวจสอบให้ตรงในช่วงเวลายื่นภาษี

สกุลเงินฐานที่ไม่เป็นมาตรฐานก็เหมาะสมเช่นกันเมื่อเทรดเดอร์กำลังป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เทรดเดอร์ที่มีพอร์ตการลงทุนที่กำหนดเป็น EUR และต้องการป้องกันความเสี่ยง EUR-USD สามารถถือบัญชีที่กำหนดเป็น USD พร้อมสถานะ USD แบบ short และกำไรขาดทุน (P&L) ของบัญชีใน USD จะไปชดเชยความเสี่ยง USD ของพอร์ตที่กำหนดเป็น EUR การป้องกันความเสี่ยงนี้เป็นต้นทุนที่แท้จริง แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ชัดเจนและเป็นระเบียบ (clean hedge)

นายหน้ากำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร

โบรกเกอร์กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนในหลายวิธี บางโบรกเกอร์ใช้อัตรากลางระหว่างธนาคาร (interbank mid-rate) บวกส่วนต่างคงที่ (fixed spread) บางโบรกเกอร์ใช้อัตราที่แตกต่างกัน และส่วนต่างจะมากกว่า อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ มักอยู่ในตารางค่าธรรมเนียม และผู้เทรดสามารถเปรียบเทียบส่วนต่างของโบรกเกอร์กับอัตราระหว่างธนาคารเพื่อดูต้นทุนที่แท้จริงได้

การทดสอบที่มีประโยชน์คือการเติมเงินจำนวนเล็กน้อยด้วยสกุลเงินที่ไม่ใช่สกุลเงินฐาน แปลงเป็นสกุลเงินฐาน แล้วแปลงกลับ และเปรียบเทียบผลลัพธ์กับอัตราระหว่างธนาคาร ความแตกต่างก็คือส่วนต่างของโบรกเกอร์ และส่วนต่างนั้นคือค่าใช้จ่ายในการใช้การแปลงสกุลเงินของโบรกเกอร์ โบรกเกอร์ที่มีส่วนต่าง 0.5% แพงกว่าโบรกเกอร์ที่มีส่วนต่าง 0.25% ถึงสองเท่า และความแตกต่างนี้จะทบต้นเมื่อเวลาผ่านไป

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นตรงไหน

หากคุณกำลังเปิดบัญชีใหม่ สกุลเงินฐานคือหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ ที่ต้องตัดสินใจ รายการ เปรียบเทียบบริษัทโบรกเกอร์ ของเราจะแสดงสกุลเงินฐานที่มีให้บริการและส่วนต่างในการแปลงสกุลเงินของแต่ละโบรกเกอร์ ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพว่าการเติมเงินในสกุลเงินของคุณและการถือสินทรัพย์ในสกุลเงินอื่นมีค่าใช้จ่ายเท่าใด ก่อนที่คุณจะเปิดบัญชี