นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ
Trailing stop คือคำสั่งตัดขาดทุน (stop loss) ที่จะเลื่อนตามราคาโดยอัตโนมัติ ผู้ลงทุนกำหนดระยะห่างของ trailing และคำสั่งจะเลื่อนไปเพื่อรักษาระยะห่างนั้นไว้เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน คำสั่งจะไม่เลื่อนเมื่อราคาขยับสวนทางกับผู้ลงทุน ผลลัพธ์คือคำสั่งที่ช่วยล็อกกำไรเมื่อการเทรดดำเนินไป พร้อมทั้งยังคุ้มครองความเสี่ยงจากการกลับตัวของราคา
กลไก
Trailing stop คือใบสั่งซื้อขาย (order ticket) ในแพลตฟอร์ม ซึ่งคล้ายกับคำสั่ง stop loss แบบปกติ แต่มีพารามิเตอร์เพิ่มเติมคือ “ระยะห่างแบบลากตาม” (trailing distance) ระยะห่างแบบลากตามสามารถตั้งได้ทั้งในรูปแบบราคาที่แน่นอน (เช่น $2 ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน) หรือในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ (เช่น 5% ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน) แพลตฟอร์มจะติดตามราคาตามเวลาจริง และจะขยับ stop ทุกครั้งที่ราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เทรดมากกว่าระยะห่างแบบลากตาม
สำหรับสถานะฝั่ง Long เริ่มต้น stop จะถูกตั้งไว้ที่ระยะห่างแบบลากตามต่ำกว่าราคาเข้าซื้อ เมื่อราคาขึ้น stop ก็จะขยับขึ้นเพื่อรักษาระยะห่างแบบลากตามให้คงเดิม แต่เมื่อราคาลง stop จะไม่ขยับ หากราคาลงมาถึง stop คำสั่งจะถูกทริกเกอร์ และสถานะจะถูกปิดที่ราคาที่พร้อมใช้งานถัดไป
สำหรับสถานะฝั่ง Short เริ่มต้น stop จะถูกตั้งไว้ที่ระยะห่างแบบลากตามสูงกว่าราคาเข้าซื้อ เมื่อราคาลง stop ก็จะขยับลงเพื่อรักษาระยะห่างแบบลากตามให้คงเดิม แต่เมื่อราคาขึ้น stop จะไม่ขยับ หากราคาขึ้นมาถึง stop คำสั่งจะถูกทริกเกอร์ และสถานะจะถูกปิด
ระยะห่างแบบตามราคา
ระยะห่างแบบตามราคา (trailing distance) เป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญที่สุด ระยะห่างที่แคบเกินไปจะถูกทริกเกอร์จากความผันผวนปกติ และเทรดเดอร์จะถูกตัดออกจากสถานะก่อนที่การเทรดจะมีโอกาสทำงาน ระยะห่างที่กว้างเกินไปจะทำให้คืนกำไรส่วนใหญ่กลับมาเมื่อราคาย้อนกลับ และเทรดเดอร์จะปิดสถานะด้วยกำไรเล็กน้อยหรือขาดทุนเล็กน้อย
กฎที่พบบ่อยคือการตั้งระยะห่างแบบตามราคาไว้ที่ 2× ถึง 3× ของช่วงการเคลื่อนไหวเฉลี่ยต่อวัน (average daily range) ของสินทรัพย์อ้างอิง หุ้นที่มีช่วงการเคลื่อนไหวเฉลี่ยต่อวัน 1% จะมีระยะห่างแบบตามราคา 2% ถึง 3% และโอกาสที่สต็อปจะถูกทริกเกอร์จากการเคลื่อนไหวตามปกติของวันนั้นจะต่ำ หุ้นที่มีช่วงการเคลื่อนไหวเฉลี่ยต่อวัน 5% จะมีระยะห่างแบบตามราคา 10% ถึง 15% และสต็อปจะกว้างขึ้น
กฎข้อที่สองคือการตั้งระยะห่างแบบตามราคาไว้ที่ระดับซึ่งมีความหมายต่อโครงสร้างราคาของสินทรัพย์อ้างอิง สต็อปแบบตามราคาที่อยู่ต่ำกว่าระดับแนวรับล่าสุดจะเป็นสต็อปเชิงโครงสร้าง และระดับดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะถูกตลาดให้ความเคารพมากกว่า สต็อปแบบตามราคาที่ระดับเป็นเปอร์เซ็นต์กลม (เช่น ต่ำกว่าสูงสุด 5% หรือ 10%) คือระดับที่มีแนวโน้มจะถูกทดสอบจากความผันผวนในระยะสั้นมากกว่า
ทรอว์ลิ่งสต็อป vs สต็อปแบบคงที่
สต็อปแบบคงที่ (fixed stop) จะถูกตั้งครั้งเดียว ณ ตอนที่เข้าทำการเทรด และจะไม่ขยับเขยื้อน ผู้เทรดที่ใช้สต็อปแบบคงที่ทราบถึง “ขาดทุนสูงสุด” ของการเทรดในขณะที่เข้าทำ และขาดทุนนั้นถูกจำกัดไว้แล้ว ส่วนผู้เทรดที่ใช้ทรอว์ลิ่งสต็อป (trailing stop) จะไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะขาดทุนสูงสุดเท่าใด เพราะสต็อปจะเคลื่อนไปตามราคา ความขาดทุนอาจมากกว่าสต็อปเริ่มต้น หรืออาจล็อกกำไรไว้ได้หากราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เทรด
สต็อปแบบคงที่เหมาะสำหรับผู้เทรดที่ต้องการกำหนดความเสี่ยง (risk) ให้ชัดเจนในทุกการเทรด ส่วนทรอว์ลิ่งสต็อปเหมาะสำหรับผู้เทรดที่ต้องการ “ขี่เทรนด์” และล็อกกำไรเอาไว้ ทั้งสองแบบไม่ใช่ทางเลือกที่ตัดกัน และผู้เทรดสามารถใช้สต็อปแบบคงที่กับบางส่วนของพอร์ต และใช้ทรอว์ลิ่งสต็อปกับส่วนที่เหลือได้
วิธีตั้งค่าการหยุดขาดทุนแบบตามหลังในแพลตฟอร์ม
การหยุดขาดทุนแบบตามหลัง (trailing stop) เป็นประเภทคำสั่งในแพลตฟอร์ม และวิธีการตั้งค่าจะคล้ายกับคำสั่งหยุดขาดทุนทั่วไป ผู้เทรดเลือก “trailing stop” จากเมนูประเภทคำสั่ง กรอกระยะห่างแบบตามหลัง (trailing distance) แล้วส่งคำสั่ง จากนั้นคำสั่งจะถูกส่งไปยังสมุดคำสั่งของ Broker และการหยุดขาดทุนจะถูกจัดการโดยระบบจัดการคำสั่งของ Broker
แพลตฟอร์มบางแห่งจะวาง trailing stop เป็นคำสั่งฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (server-side order) โดยเซิร์ฟเวอร์ของ Broker จะตรวจสอบราคาและปรับระดับการหยุดขาดทุนให้ ส่วนแพลตฟอร์มอื่นจะวาง trailing stop เป็นคำสั่งฝั่งไคลเอนต์ (client-side order) โดยแพลตฟอร์มของผู้เทรดจะตรวจสอบราคาและปรับระดับการหยุดขาดทุน คำสั่งฝั่งเซิร์ฟเวอร์มีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะการหยุดขาดทุนจะถูกจัดการต่อไปแม้ว่าแพลตฟอร์มของผู้เทรดจะหลุดการเชื่อมต่อ คำสั่งฝั่งไคลเอนต์อาจล้มเหลวได้หากแพลตฟอร์มขัดข้อง และอาจไม่มีการปรับระดับการหยุดขาดทุน
ความเสี่ยงของการตั้ง Trailing Stop
ความเสี่ยงหลักคือ “ช่องว่างของราคา (gap)” Trailing stop คือคำสั่งตัดขาดทุน (stop loss) และคำสั่งนี้ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจาก gap หากราคาพุ่งผ่าน Trailing stop คำสั่งจะถูกเติมเต็มที่ราคาที่พร้อมใช้งานถัดไป ซึ่งอาจแย่กว่าระยะ Trailing มาก ผู้เทรดที่ถือสถานะไว้ก่อนเหตุการณ์ที่ทราบล่วงหน้า จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจาก gap และ Trailing stop ไม่ได้ช่วยป้องกันความเสี่ยงนี้
ความเสี่ยงที่สองคือความล้มเหลวของแพลตฟอร์ม หากแพลตฟอร์มขัดข้องหรือการเชื่อมต่อหลุด Trailing stop อาจไม่ได้ถูกปรับให้เป็นราคาล่าสุด ผู้เทรดกลับมาใช้งานแพลตฟอร์มแล้วพบว่า stop ยังอยู่ที่ระดับเดิม และผู้เทรดต้องยกเลิกคำสั่งและวางคำสั่งใหม่ ความเสี่ยงนี้มีน้อย แต่ผู้เทรดควรรับรู้ไว้
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นตรงไหน
หากคุณกำลังตั้งค่า trailing stop เป็นครั้งแรก แบบฝึกหัดที่มีประโยชน์ที่สุดคือการตั้งค่าระยะ trailing กับพอร์ต/จำนวนหุ้นขนาดเล็ก และติดตามแพลตฟอร์มเพื่อดูว่าสัญญาณหยุด (stop) เคลื่อนที่อย่างไร เราได้รวบรวม เปรียบเทียบ Broker ซึ่งแสดงประเภทคำสั่งที่รองรับในแต่ละ Broker โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณทราบว่า trailing stops รองรับหรือไม่ และรองรับแบบ server-side หรือ client-side