วิธีตั้งค่า Trailing Stops ในแพลตฟอร์มการเทรดหุ้นของคุณ

Trailing stops ช่วยล็อกกำไรโดยการติดตามราคาขณะที่ราคาขยับขึ้นหรือลง คู่มือนี้ครอบคลุมการตั้งค่าแบบเปอร์เซ็นต์และแบบจำนวนเงินคงที่ ความแตกต่างของแพลตฟอร์ม และข้อควรระวัง

คำเตือน

นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ

ข้อความภาษาอังกฤษของคำเตือนความเสี่ยงเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่มีผลผูกพัน คำแปลมีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น

Trailing stop คือคำสั่งตัดขาดทุน (stop-loss) ที่จะ “ตาม” ราคาต่อไปเมื่อการเทรดเคลื่อนไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ คำสั่งจะเริ่มต้นที่ระยะห่างที่คุณเลือกจากราคาเข้าทำรายการ และจะปรับเลื่อน (ratchets) ไปตามทิศทางของการเทรดด้วยจำนวนเงินคงที่หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ คำสั่งจะไม่เลื่อนถอยหลัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ช่วยล็อกกำไรไว้ในขณะที่สถานะยังเปิดอยู่

คำสั่ง trailing stop คืออะไร

Trailing stop คือคำสั่งตัดขาดทุน (stop-loss) ที่เคลื่อนที่ตามราคา โดยจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับการเทรด ด้วยจำนวนเงินคงที่หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ คำสั่งจะเริ่มทำงานที่ระยะห่างที่เลือกไว้จากจุดเข้า และเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ คำสั่งก็จะตามราคาไปเรื่อย ๆ คำสั่งจะไม่ย้อนกลับ ดังนั้น trailing stop จะช่วยล็อกกำไรไว้ได้เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์

คำสั่งนี้มีประโยชน์เมื่อเทรดเดอร์ต้องการ “ตามเทรนด์” โดยไม่ต้องตั้งเป้าหมายที่ตายตัว เทรดเดอร์เลือกระยะ trail และ Broker จะเป็นผู้ดูแลการขยับจุด stop ตำแหน่งจะยังคงเปิดอยู่ตราบเท่าที่ราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ และตำแหน่งจะปิดเมื่อราคาย้อนกลับโดยระยะ trail

การตั้งค่าแบบระยะคงที่ vs แบบเปอร์เซ็นต์

รูปแบบหลักมี 2 แบบ คือ การตั้งค่าแบบระยะคงที่ (fixed-amount trails) และแบบเปอร์เซ็นต์ (percentage trails)
การตั้งค่าแบบระยะคงที่ใช้ระยะห่างเป็นจำนวนเงินหรือจำนวนจุด เช่น 2 ดอลลาร์ต่อหุ้นสำหรับหุ้นในสหรัฐฯ
ส่วนการตั้งค่าแบบเปอร์เซ็นต์ใช้เปอร์เซ็นต์ของราคาปัจจุบัน เช่น 5 เปอร์เซ็นต์

การเลือกขึ้นอยู่กับความชอบของเทรดเดอร์และความผันผวนของหุ้น หุ้นที่มีความผันผวนสูงมักต้องใช้ระยะที่กว้างกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดออกจากคำสั่งด้วยความผันผวนรายวัน และหุ้นที่มีความผันผวนน้อยสามารถใช้ระยะที่แคบกว่าได้
การตั้งค่าแบบเปอร์เซ็นต์จะขยายระยะโดยอัตโนมัติเมื่อราคาสูงขึ้น และจะกระชับลงเมื่อราคาลดลง ซึ่งช่วยปรับระยะให้เหมาะกับสภาวะความผันผวน (volatility regime)

ขั้นตอนการตั้งค่าแบบทีละขั้น

ขั้นตอนแรกคือการเปิดหน้าต่างสำหรับกรอกคำสั่ง (order entry ticket) บนแพลตฟอร์ม ผู้เทรดเลือกประเภทคำสั่ง “trailing stop” จากเมนูแบบเลื่อนลง จากนั้นแพลตฟอร์มจะให้กรอก “ระยะการตาม” (trail distance) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า stop จะติดตามราคาต่อไปอย่างไร

ขั้นตอนถัดไปคือการเลือกหน่วยของระยะการตาม แพลตฟอร์มจะเสนอระยะเป็น “จุด” (points), “ดอลลาร์” หรือ “เปอร์เซ็นต์” แล้วแต่ Broker ผู้เทรดป้อนค่าที่ต้องการ และแพลตฟอร์มจะคำนวณระดับ stop เริ่มต้นจากราคาที่เข้าซื้อ/เข้าออเดอร์

ขั้นตอนที่สามคือการตั้งค่า “ระยะเวลาที่คำสั่งมีผล” (time in force) คำสั่งแบบ Day จะหมดอายุเมื่อสิ้นวัน และคำสั่งแบบ good-till-cancelled จะยังคงใช้งานอยู่จนกว่าจะถูกหยุดออก (stopped out) หรือผู้เทรดยกเลิก การเลือกตัวเลือกนี้ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาการเทรดของคุณ

ตำแหน่งที่รองรับคำสั่ง

คำสั่งนี้เป็นมาตรฐานบนแพลตฟอร์มรายย่อยส่วนใหญ่ MetaTrader 4 และ 5 รองรับการตั้ง trailing stops สำหรับทุกตำแหน่ง และผู้เทรดสามารถตั้งค่า trail ได้ด้วยจำนวนจุดแบบคงที่ TradingView, TradeStation, Interactive Brokers' Trader Workstation และแพลตฟอร์มเฉพาะของโบรกเกอร์ส่วนลดต่างก็รองรับ trailing stops ทั้งแบบ trail เป็นจำนวนเงินคงที่และแบบเป็นเปอร์เซ็นต์

คำสั่งนี้อาจไม่พร้อมใช้งานเสมอในแอปมือถือ เหตุผลคือการคำนวณ trail จะทำบนฝั่งเซิร์ฟเวอร์ และแอปมือถืออาจไม่ได้เปิดใช้งานฟีเจอร์ trail ผู้เทรดที่ต้องการใช้คำสั่งนี้บนมือถือควรตรวจสอบเอกสารประกอบของแอปมือถือของโบรกเกอร์ หรือทำการตั้งค่าคำสั่งบนแพลตฟอร์มเดสก์ท็อป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการตั้งระยะตาม (trail) แคบเกินไป ซึ่งทำให้สถานะถูกตัดออกด้วยความผันผวนรายวัน The trail ควรกว้างกว่าช่วงการแกว่งตัวเฉลี่ยต่อวันของหุ้น และผู้เทรดควรตรวจสอบค่า Average True Range เฉลี่ย 14 วัน ก่อนทำการวางคำสั่ง

ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการสันนิษฐานว่าการตั้ง trailing stop จะขยับได้ทั้งสองทิศทาง Trailing stop จะขยับได้เฉพาะในทิศทางที่เป็นประโยชน์เท่านั้น และคำสั่งจะไม่ย้อนกลับ ผู้เทรดไม่ควรคาดหวังว่าระดับ stop จะกว้างขึ้นเมื่อราคาย้อนกลับ

ข้อผิดพลาดที่สามคือการตั้ง trail กับหุ้นที่เพิ่งเกิด “gap” เพราะ gap จะทำให้ stop ขยับด้วยเปอร์เซ็นต์เดียวกัน และระดับ stop ใหม่อาจไม่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ผู้เทรดรับได้ ผู้เทรดควรรีเซ็ต stop หลังจากเกิด gap หรือหลีกเลี่ยงการใช้ trailing stop กับหุ้นที่ขึ้นชื่อว่ามีการเกิด gap

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ trailing stops

Trailing stop เหมือนกับ stop-loss ไหม? ไม่เหมือนกัน Stop-loss คือคำสั่งแบบคงที่ และ trailing stop คือคำสั่งที่เคลื่อนที่ได้ Trailing stop จะเริ่มต้นที่ระดับคงที่และติดตามราคาต่อไป ส่วน stop-loss จะคงอยู่ที่ระดับเดิม

ฉันสามารถใช้ trailing stop กับสถานะ short ได้ไหม? ได้ ในสถานะ short trailing stop จะขยับลงเมื่อราคาลดลง และจะทริกเกอร์เมื่อราคาดีดขึ้นตามระยะ trail ระยะห่างนั้น พฤติกรรมจะ “สะท้อน” กับฝั่ง long

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง trailing stop และ trailing stop limit? Trailing stop จะทริกเกอร์คำสั่ง market เมื่อราคาถึงระดับ stop ส่วน trailing stop limit จะทริกเกอร์คำสั่งแบบ limit และคำสั่ง limit อาจไม่สำเร็จหากราคาวิ่งเลยระดับ limit ไป Trailing stop มีโอกาสเติมเต็มได้มากกว่า และ trailing stop limit จะให้ผู้เทรดควบคุมราคาที่จะเติมเต็มได้มากขึ้น

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นตรงไหน

หากคุณกำลังพิจารณา trailing stops ขั้นตอนแรกที่มีประโยชน์ที่สุดคือการเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มชัดเจน ตั้งค่า trail ไว้ที่ประมาณหนึ่งถึงสองเท่าของค่าเฉลี่ย true range 14 วัน และติดตามสถานะเป็นเวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์เพื่อดูว่าออเดอร์ทำงานอย่างไร คำแนะนำ เปรียบเทียบบริษัท Broker ของเรารวบรวมรายชื่อ Broker ที่รองรับ trailing stops และตัวเลือกของ trail ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพว่แพลตฟอร์มมีหน้าตาเป็นอย่างไร ก่อนที่คุณจะตั้ง trailing stop ตัวแรกในสถานะที่ใช้งานจริง