นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ
Trailing stop คือคำสั่งหยุดการขาดทุน (stop order) ที่จะปรับตัวตามราคาที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์กับคุณ มันช่วยล็อกกำไรไว้ในขณะที่ยังคงเปิดสถานะไว้เพื่อโอกาสในการขึ้นต่อไปอีก การตั้งค่าจะแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม แต่ตรรกะยังเหมือนเดิมเสมอ: ตั้งค่า stop-loss ที่ “ตาม” ราคาด้วยระยะห่างคงที่
บทความนี้เป็นคำแนะนำแบบลงมือทำจริง: เมื่อไหร่ที่ trailing stops มีความเหมาะสม วิธีตั้งค่า และสิ่งที่ควรระวัง
วิธีที่ trailing stop ทำงาน
trailing stop คือคำสั่งหยุดการขาดทุน (stop order) ที่มี “ระยะตาม” (trail) ระยะดังกล่าวสามารถเป็น:
- จำนวนคงที่ $1 ต่ำกว่าราคาปัจจุบันสำหรับสถานะฝั่ง long หรือ $1 สูงกว่าราคาปัจจุบันสำหรับสถานะฝั่ง short
- เปอร์เซ็นต์ 5% ต่ำกว่าราคาปัจจุบันสำหรับสถานะฝั่ง long
- จำนวนตามความผันผวน 2× ของค่าเฉลี่ยช่วงการเคลื่อนไหวที่แท้จริง (ATR) ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน
เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์กับคุณ trailing stop จะปรับตัวเพื่อคงระยะห่างเดิมไว้ เมื่อราคาขยับสวนทางกับคุณ trailing stop จะยังคงอยู่ที่เดิม หากราคาทะลุถึง trailing stop ตำแหน่ง (position) จะถูกปิด
คณิตศาสตร์: คุณซื้อหุ้นที่ราคา $100 ด้วย trailing stop 5% จุดหยุดเริ่มต้นอยู่ที่ $95 ราคาขึ้นไปที่ $110; stop จะขยับไปที่ $104.50 ราคาลงมาที่ $104.50; stop ทำงานและทริกเกอร์ ปิดสถานะที่ $104.50 กำไรคือ $4.50 ซึ่งถูกล็อกไว้ด้วย trailing stop
หากราคาขึ้นไม่เกิน $100 trailing stop จะยังคงอยู่ที่ $95 สถานะจะถูกปิดเมื่อราคาทะลุถึง $95
เมื่อใดที่การตั้ง trailing stops ถึงจะสมเหตุสมผล
การใช้งานที่พบบ่อย 3 แบบ:
- การเทรดตามโมเมนตัม (Momentum trades). เทรดเดอร์ที่ต้องการ “ตาม” การเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลายวัน และออกเมื่อเกิดสัญญาณกลับตัว การตั้ง trailing stop จะช่วยเก็บเกี่ยวการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ และจะออกจากสถานะเมื่อโมเมนตัมเริ่มลดลง
- การเทรดแบบทะลุกรอบ (Breakout trades). เทรดเดอร์ที่เข้าซื้อ/ขายเมื่อเกิดการทะลุกรอบ และใช้ trailing stop เพื่อจัดการจังหวะการออก การตั้ง trailing stop จะอยู่ต่ำกว่าระดับที่ทะลุกรอบเล็กน้อย
- การบริหารสถานะระยะยาว (Long-term position management). เทรดเดอร์ที่ถือสถานะระยะยาว แต่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนหนัก (drawdown) โดยตั้ง trailing stop ไว้ที่เปอร์เซ็นต์กว้าง (15-25%) เพื่อให้รองรับความผันผวนตามปกติ
วิธีตั้งค่า trailing stop บนแพลตฟอร์มทั่วไป
ขั้นตอนที่แน่นอนจะแตกต่างกันตาม Broker แต่โครงสร้างจะเหมือนกัน ในแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ (เช่น thinkorswim, Interactive Brokers, Tastyworks, TradeStation):
- เปิดหน้าตั๋วคำสั่งซื้อสำหรับสถานะ (position) คลิกขวาที่ position หรือเปิดคำสั่งซื้อใหม่
- เลือกประเภทคำสั่งเป็น “trailing stop” โดยส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกนี้อยู่ในเมนูดรอปดาวน์ประเภทคำสั่ง
- ตั้งค่าจำนวนการลาก (trail amount) อาจเป็นจำนวนคงที่ เปอร์เซ็นต์ หรือจำนวนที่อิงความผันผวน แพลตฟอร์มจะคำนวณเปอร์เซ็นต์หรือ ATR ให้เป็นมูลค่าเป็นดอลลาร์ภายใน
- ตั้งราคาสต็อปเริ่มต้น (ไม่บังคับ) บางแพลตฟอร์มให้ตั้งราคาตั้งต้นสำหรับ trailing stop ได้ โดยการลากจะเริ่มทำงานเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์กับคุณ
- ส่งคำสั่งซื้อ ตอนนี้ trailing stop จะทำงานแล้ว แพลตฟอร์มจะปรับสต็อปตามที่ราคาขยับ
แพลตฟอร์มยังให้คุณปรับจำนวนการลากหลังจากส่งคำสั่งได้อีกด้วย สต็อปจะปรับตามจำนวนการลากใหม่ที่จะมีผลต่อไปในอนาคต; ค่าจุดสูงสุดเดิม (high-water marks) จะไม่ถูกรีเซ็ต
รูปแบบต่างๆ ของการตั้งค่า trailing stop
ขีดจำกัดการหยุดตามหลัง (Trailing stop limit)
Trailing stop จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อขายแบบตลาดเมื่อถูกทริกเกอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิด slippage ในตลาดที่มีความผันผวนสูง ขณะที่ Trailing stop limit จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งแบบจำกัดราคาที่กำหนดไว้ ช่วยหลีกเลี่ยง slippage แต่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการเติมเต็ม (non-fill) หากราคากระโดดข้ามผ่านราคาที่ตั้งไว้
ข้อแลกเปลี่ยนคือ: แบบ stop-market จะเติมเต็มด้วย slippage; แบบ stop-limit จะเติมเต็มที่ราคาที่ระบุหรือไม่ก็ไม่เติมเต็มเลย สำหรับ Trailing stop ส่วนใหญ่ slippage มักมีขนาดเล็ก ดังนั้นโดยทั่วไปเวอร์ชัน stop-market มักจะใช้ได้ดี
วาง Trailing stop แบบมีขั้น (step)
บางแพลตฟอร์มให้คุณตั้งค่า “step” ได้ โดย stop จะปรับเฉพาะเมื่อราคาขยับไปอย่างน้อยตามจำนวน step เท่านั้น ตัวอย่างเช่น Trailing stop 5% พร้อม step 1%: stop จะปรับเมื่อราคาขยับอย่างน้อย 1% หรือมากกว่าเท่านั้น วิธีนี้ช่วยลดภาระการจัดการคำสั่งซื้อในตลาดที่แกว่งไปมา (choppy)
การตั้งค่า trailing stops แบบอิงเวลา
บางแพลตฟอร์มให้คุณตั้งค่า trailing stop แบบอิงเวลาได้: stop จะทำงานเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น หรือ stop จะหมดอายุในเวลาที่ระบุ เหมาะสำหรับกลยุทธ์ที่ใช้ได้เฉพาะช่วงเวลาในตลาด หรือสำหรับการปิดสถานะก่อนประกาศผลประกอบการ
อะไรที่อาจเกิดขึ้นผิดพลาด
รูปแบบสามแบบ:
1. การทริกเกอร์ Trailing stop บนไส้เทียน (wick)
ในไส้เทียนของแท่งเทียน ราคาแตะ Trailing stop ชั่วคราว แต่ปิดเหนือระดับนั้น คำสั่ง stop-market จะทริกเกอร์บนไส้เทียนและถูกเติมเต็มที่ราคา stop (หรือแย่กว่า) จากนั้นสถานะจะถูกปิดด้วยสัญญาณรบกวน (noise) ไม่ใช่จากการกลับตัวอย่างแท้จริง
วิธีแก้: ใช้ stop-limit พร้อมส่วนเผื่อ (buffer) หรือใช้การยืนยันจากไทม์เฟรมที่ยาวขึ้น
2. การปรับ trailing stop อย่างก้าวร้าวเกินไป
trailing stop ที่แคบ (1-2%) ในตลาดที่ผันผวนจะปรับตัวตลอดเวลา และอาจถูกทริกเกอร์จากความผันผวนภายในวันตามปกติได้ ทำให้ปิดสถานะก่อนที่การเคลื่อนไหวจะเกิดผล
วิธีแก้: ใช้ trailing ที่กว้างขึ้น (5-10%) หรือใช้ trailing ตามความผันผวน (2-3× ATR) โดย trailing ควรกว้างกว่าช่วงความเคลื่อนไหวรายวันตามปกติ
3. การตั้งค่า trailing stop ไม่ปรับในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว
ในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว ราคาสามารถ “กระโดด” ผ่านระดับ trailing stop ได้ คำสั่งจะถูกส่งทำรายการที่ราคาที่พร้อมใช้งานถัดไป ซึ่งอาจห่างไกลจากจำนวนที่ตั้งเป็น trail มาก การป้องกันจึงเป็นเพียงเชิงทฤษฎี แต่ราคาที่ได้จริงจะแย่ลง
วิธีแก้: ยอมรับว่า trailing stop มีความเสี่ยงจาก “gap” สำหรับตลาดที่มีโอกาสเกิด gap สูง ให้ใช้ stop-limit หรือปรับขนาดสถานะ (position size) ให้สามารถรองรับความเสี่ยงจาก gap ได้
วิธีประเมิน
เมื่อคุณตั้งค่า trailing stops ให้ถาม:
- แพลตฟอร์มรองรับ true trailing stops หรือไม่? (ทดสอบด้วยออเดอร์ขนาดเล็กในสินค้าที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อยืนยันพฤติกรรม)
- รองรับประเภท trail แบบใดบ้าง? (จำนวนเงิน, เปอร์เซ็นต์, ATR ยิ่งมีตัวเลือกมาก ยิ่งสามารถใช้กลยุทธ์ได้หลากหลาย)
- แพลตฟอร์มรองรับ stop-market หรือ stop-limit แบบ trailing stops หรือไม่? (stop-market เป็นค่าเริ่มต้น; stop-limit เป็นเวอร์ชันที่ปลอดภัยกว่าแต่เชื่อถือได้น้อยกว่า)
- ค่าเริ่มต้นของวันหมดอายุคืออะไร? (Day, GTC หรือแบบกำหนดเอง ตั้งค่าอย่างตั้งใจ)
- แพลตฟอร์มรองรับ step amount หรือไม่?
คำถามที่พบบ่อย
เปอร์เซ็นต์ trailing stop ที่ดีคือเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับความผันผวน สำหรับหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ (กลุ่มสาธารณูปโภค, สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น) 3-5% ถือว่าเหมาะสม สำหรับหุ้นที่มีความผันผวนสูง (เทคโนโลยีขนาดเล็ก, ไบโอเทค) 10-15% จะเหมาะสมกว่า
ฉันควรใช้ trailing stop หรือ profit target ดี?
Trailing stop ใช้สำหรับการเทรดที่คุณต้องการ “ตามไปกับการเคลื่อนไหว” ส่วน profit target ใช้สำหรับการเทรดที่คุณต้องการกำหนด “ราคาปิด” ไว้ล่วงหน้า หากคุณมีเป้าหมาย ให้ใช้เป้าหมายนั้น หากคุณต้องการเก็บเกี่ยวการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ที่กินเวลาหลายวัน ให้ใช้ trailing stop
ฉันสามารถตั้ง trailing stop และเป้ากำไรพร้อมกันได้ไหม?
ได้ โดยใช้คำสั่ง OCO (one-cancels-the-other) คำสั่ง trailing stop จะจัดการความเสี่ยงด้านขาลง ส่วนเป้ากำไรจะจัดการโอกาสทำกำไรด้านขาขึ้น
โบรกเกอร์ทุกรายรองรับการตั้งค่า trailing stops หรือไม่?
โบรกเกอร์ระดับท็อปส่วนใหญ่รองรับ รวมถึง Interactive Brokers, Schwab, Tastyworks, TradeStation และ E*TRADE
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นตรงไหน
หากคุณต้องการใช้ trailing stops ในการเทรด ขั้นตอนแรกที่เป็นประโยชน์คือการตั้งค่าบัญชีเทรดแบบกระดาษ (paper-trading) กับ Broker ที่รองรับประเภทคำสั่งนี้ และทดสอบพฤติกรรมด้วยพอร์ต/สถานะขนาดเล็ก บัญชีแบบกระดาษคือวิธีเดียวในการยืนยันตรรกะของ trailing stop ของแพลตฟอร์มก่อนที่จะนำเงินจริงไปใช้งาน ดูตาราง broker table ของเราเพื่อดูรายชื่อแพลตฟอร์มปัจจุบันที่รองรับ trailing stop