นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ
รีวิวโบรกเกอร์หุ้นคือการประเมินแบบมีโครงสร้างของโบรกเกอร์ในมิติที่สำคัญต่อเทรดเดอร์ และรีวิวจะครอบคลุมค่าธรรมเนียม การลงทุน เครื่องมือ การสนับสนุน และบริการเพิ่มเติมที่โบรกเกอร์นำเสนอ รีวิวนี้เป็นวิธีเปรียบเทียบโบรกเกอร์แบบเคียงกัน และเป็นวิธีระบุว่าโบรกเกอร์รายใดที่ตรงกับความต้องการของเทรดเดอร์ได้ดีที่สุด เทรดเดอร์ที่เข้าใจมิติ คำถาม และกระบวนการประเมิน สามารถทำรีวิวได้อย่างละเอียด และเทรดเดอร์สามารถเลือกโบรกเกอร์ได้อย่างมั่นใจ
ห้ามิติทั้งห้าของการรีวิว Broker
มิติแรกคือค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมประกอบด้วย คอมมิชชั่น สเปรด ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน และค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน เทรดเดอร์ควรคำนวณต้นทุนรวมสำหรับรูปแบบการเทรดที่เป็นตัวแทน และเทรดเดอร์ควรเปรียบเทียบต้นทุนรวมระหว่าง Broker 3 ถึง 5 ราย
มิติที่สองคือการลงทุน การลงทุนประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่ Broker เสนอ ตลาดที่ Broker ครอบคลุม และการวิจัยที่ Broker ให้ เทรดเดอร์ควรตรวจสอบข้อเสนอของ Broker สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เทรดเดอร์ต้องการเทรด และควรมองหา Broker ที่มีตลาดที่เทรดเดอร์ต้องการเข้าถึง
มิติที่สามคือเครื่องมือ เครื่องมือประกอบด้วยแพลตฟอร์มการเทรด การทำชาร์ต อินดิเคเตอร์ การแจ้งเตือน และการทดสอบย้อนหลัง เทรดเดอร์ควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยบัญชีเดโม และควรตรวจสอบประเภทคำสั่ง คุณภาพของข้อมูล และความเร็วในการประมวลผลคำสั่ง
มิติที่สี่คือการสนับสนุน การสนับสนุนประกอบด้วยช่องทางบริการลูกค้า เวลาตอบกลับ คุณภาพของคำตอบ และแหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษา เทรดเดอร์ควรทดสอบการสนับสนุนก่อนเปิดบัญชี และควรมองหา Broker ที่มีชื่อเสียงด้านการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
มิติที่ห้าคือบริการเพิ่มเติม บริการเพิ่มเติมประกอบด้วยคอนเทนต์เพื่อการศึกษา เว็บบินาร์ รายงานการวิจัย และการเข้าถึง API
คำถามที่ควรถามในแต่ละมิติ
คำถามแรกในมิติค่าใช้จ่ายคือ ค่าคอมมิชชั่นต่อการเทรด ผู้เทรดควรขอตารางค่าคอมมิชชั่น และควรเปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่นระหว่างโบรกเกอร์ คำถามที่สองคือส่วนต่างราคา (spread) ของผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ผู้เทรดใช้ ส่วนต่างราคาแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ และส่วนต่างราคาถือเป็นต้นทุนที่ซ่อนอยู่
คำถามแรกในมิติกการลงทุนคือ ช่วง/ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ผู้เทรดควรขอรายการผลิตภัณฑ์ที่มีให้ และควรตรวจสอบว่าบริษัทโบรกเกอร์ครอบคลุมตลาดใดบ้าง คำถามที่สองคือข้อเสนอด้านการวิจัย ผู้เทรดควรขอรายงานการวิจัย และควรประเมินความลึกและความกว้างของการวิจัย
คำถามแรกในมิติเครื่องมือคือ แพลตฟอร์ม ผู้เทรดควรขอบัญชีเดโม และควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยรูปแบบการเทรดทั่วไปของผู้เทรด คำถามที่สองคือคุณภาพของข้อมูล ผู้เทรดควรตรวจสอบแหล่งข้อมูล (data feed) และควรเปรียบเทียบคุณภาพของข้อมูลระหว่างโบรกเกอร์
คำถามแรกในมิติเพื่อการสนับสนุนคือ เวลาในการตอบกลับ ผู้เทรดควรส่งคำถาม และควรวัดเวลาในการตอบกลับ คำถามที่สองคือคุณภาพของคำตอบ ผู้เทรดควรประเมินคำตอบ และควรมองหาโบรกเกอร์ที่มีทีมสนับสนุนซึ่งมีความรู้
คำถามแรกในมิติบริการเพิ่มเติมคือ เนื้อหาด้านการศึกษา ผู้เทรดควรขอรายการทรัพยากรที่มีให้ และควรประเมินคุณภาพของเนื้อหา คำถามที่สองคือการเข้าถึง API ผู้เทรดควรขอเอกสารประกอบ API และควรประเมินความสามารถของ API
กระบวนการประเมินผลแบบสั้น
ขั้นตอนแรกคือการคัดรายชื่อให้เหลือจำนวนหนึ่ง ผู้เทรดควรกรองรายชื่อโบรกเกอร์โดยใช้เกณฑ์ที่ต้องมี (must-have) และผู้เทรดควรเลือกโบรกเกอร์ที่ตรงกับความสำคัญสูงสุดสองอันดับแรก รายชื่อที่คัดไว้ควรมีโบรกเกอร์ประมาณสามถึงห้าแห่ง
ขั้นตอนที่สองคือการรวบรวมข้อมูล ผู้เทรดควรเข้าไปที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์ และผู้เทรดควรอ่านตารางค่าธรรมเนียม (fee schedule) ข้อเสนอผลิตภัณฑ์ คำอธิบายแพลตฟอร์ม และช่องทางการสนับสนุน ผู้เทรดยังควรตรวจสอบเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล และผู้เทรดควรมองหาใบอนุญาตของโบรกเกอร์และประวัติการบังคับใช้กฎ
ขั้นตอนที่สามคือการทดสอบแพลตฟอร์ม ผู้เทรดควรเปิดบัญชีเดโม (demo account) กับโบรกเกอร์แต่ละรายที่อยู่ในรายชื่อสั้น และผู้เทรดควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยรูปแบบการเทรดทั่วไปของผู้เทรด ผู้เทรดควรให้ความสนใจกับประเภทคำสั่ง (order types) การทำกราฟ (charting) คุณภาพของข้อมูล (data quality) และความเร็วในการประมวลผลคำสั่ง (execution speed)
ขั้นตอนที่สี่คือการทดสอบการสนับสนุน ผู้เทรดควรส่งคำถามไปยังโบรกเกอร์แต่ละรายที่อยู่ในรายชื่อสั้น และผู้เทรดควรวัดเวลาตอบกลับและคุณภาพของคำตอบ ผู้เทรดยังควรตรวจสอบแหล่งข้อมูลด้านการศึกษา (educational resources) และผู้เทรดควรมองหาโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงด้านการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
ขั้นตอนที่ห้าคือการเปรียบเทียบต้นทุน ผู้เทรดควรคำนวณต้นทุนรวมสำหรับรูปแบบการเทรดตัวอย่าง และผู้เทรดควรเปรียบเทียบต้นทุนรวมระหว่างโบรกเกอร์ที่อยู่ในรายชื่อสั้น การเปรียบเทียบควรใช้รูปแบบการเทรดเดียวกัน และควรรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่ผู้เทรดมีแนวโน้มจะต้องจ่าย
ขั้นตอนที่หกคือการเปิดบัญชีไลฟ์ขนาดเล็ก ผู้เทรดควรเปิดบัญชีไลฟ์ขนาดเล็กกับโบรกเกอร์อันดับหนึ่งหรือสอง และผู้เทรดควรทดสอบเวิร์กโฟลว์แบบครบวงจรตั้งแต่การเติมเงินไปจนถึงการถอนเงิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีวิวโบรกเกอร์
มิติที่สำคัญที่สุดคืออะไร? ค่าธรรมเนียมและการกำกับดูแลเป็นมิติที่สำคัญที่สุด เพราะค่าธรรมเนียมส่งผลต่อผลตอบแทน และการกำกับดูแลช่วยคุ้มครองเงินทุน เทรดเดอร์ไม่ควรเลือกโบรกเกอร์โดยยึดจากมิติเดียว และเทรดเดอร์ควรมองให้ครบทุกมิติ
ใช้เวลานานแค่ไหนในการทำรีวิว? รีวิวนั้นอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงไม่กี่สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเทรดเดอร์และความสำคัญที่เทรดเดอร์ให้กับเรื่องต่าง ๆ เทรดเดอร์ไม่ควรรีบทำรีวิว และควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยบัญชีเดโม
ฉันเชื่อรีวิวออนไลน์ได้ไหม? รีวิวออนไลน์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และรีวิวออนไลน์ไม่ใช่สิ่งทดแทนการวิจัยด้วยตนเองของเทรดเดอร์ เทรดเดอร์ควรตรวจสอบข้อมูลบนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ และเทรดเดอร์ควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยบัญชีเดโม
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นตรงไหน
หากคุณกำลังทำรีวิวโบรกเกอร์หุ้น ขั้นตอนแรกที่มีประโยชน์ที่สุดคือการกำหนด 5 มิติให้สอดคล้องกับความสำคัญตามความต้องการของคุณเอง และคัดรายชื่อโบรกเกอร์ 3 ถึง 5 รายที่ตรงกับ 2 มิติอันดับแรก จากนั้นดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน Our broker comparison ซึ่งจัดอันดับโบรกเกอร์ตามค่าธรรมเนียม การลงทุน เครื่องมือ การสนับสนุน และบริการเพิ่มเติม โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าโบรกเกอร์มีอะไรให้บ้างก่อนที่คุณจะเปิดบัญชี