ความสำคัญของการวิจัยโบรกเกอร์ก่อนการเทรดหุ้น

การวิจัยโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชีสามารถช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงความประหลาดใจที่ไม่ดีได้ คู่มือนี้ครอบคลุมถึงสิ่งที่ควรมองหาและวิธีค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ

คำเตือน

นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ

ข้อความภาษาอังกฤษของคำเตือนความเสี่ยงเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่มีผลผูกพัน คำแปลมีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น

การศึกษาข้อมูลโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชีเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดที่เทรดเดอร์มือใหม่สามารถทำได้ การใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการวิจัยสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้ และการใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการวิจัยยังช่วยให้เทรดเดอร์ไม่ต้องไปติดกับโบรกเกอร์ที่มีการดำเนินคำสั่งที่แย่ ค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่ หรือการบริการลูกค้าที่อ่อนแอ การวิจัยไม่จำเป็นต้องละเอียดถี่ถ้วน และสามารถทำได้ภายในไม่กี่วัน

เหตุผลว่าทำไมการวิจัยจึงสำคัญ

เหตุผลแรกคือความปลอดภัยของเงินทุน โบรกเกอร์จะถือเงินของเทรดเดอร์ และเทรดเดอร์ควรรู้ว่าโบรกเกอร์ได้รับการกำกับดูแลหรือไม่ โบรกเกอร์แยกเงินของลูกค้าออกจากบัญชีของตนหรือไม่ และโบรกเกอร์ได้รับความคุ้มครองภายใต้โครงการชดเชยนักลงทุนหรือไม่ เทรดเดอร์ที่ข้ามการวิจัยอาจลงเอยกับโบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล และเทรดเดอร์อาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดหากโบรกเกอร์ล้มละลาย

เหตุผลที่สองคือค่าใช้จ่าย ตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์อาจกัดกินผลตอบแทนของเทรดเดอร์ และตารางค่าธรรมเนียมมักถูกซ่อนไว้ในตัวอักษรขนาดเล็ก เทรดเดอร์ที่อ่านตารางค่าธรรมเนียมสามารถหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหวสูง ค่าธรรมเนียมการถอนสูง หรือค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินสูงได้ เทรดเดอร์ที่ไม่อ่านตารางค่าธรรมเนียมอาจประหลาดใจเมื่อเจอค่าธรรมเนียมในการถอนครั้งแรก

เหตุผลที่สามคือแพลตฟอร์ม เทรดเดอร์ที่ใช้งานแพลตฟอร์มทุกวันควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยบัญชีเดโม แพลตฟอร์มอาจมีเส้นโค้งการเรียนรู้ที่ชัน แพลตฟอร์มอาจช้า หรือแพลตฟอร์มอาจไม่มีประเภทคำสั่งซื้อที่เทรดเดอร์ต้องการ เทรดเดอร์ที่ทดสอบแพลตฟอร์มก่อนเปิดบัญชีแบบจริงสามารถหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแพลตฟอร์มที่มีค่าใช้จ่ายสูงได้

แหล่งข้อมูลที่ควรหา

แหล่งข้อมูลแรกคือเว็บไซต์ของ Broker ผู้ให้บริการจะเผยแพร่กฎระเบียบ ตารางค่าธรรมเนียม ช่วงผลิตภัณฑ์ และคำอธิบายแพลตฟอร์ม เทรดเดอร์ควรอ่านเว็บไซต์อย่างละเอียด และควรให้ความสนใจกับข้อความตัวเล็กและคำปฏิเสธความรับผิดชอบ เทรดเดอร์ควรตรวจสอบวันที่ของหน้าเว็บด้วย เพราะ Broker อาจอัปเดตข้อเสนอแล้ว

แหล่งข้อมูลที่สองคือเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานกำกับดูแลจะเผยแพร่รายชื่อ Broker ที่ได้รับอนุญาต และจะเผยแพร่การดำเนินการบังคับใช้กับ Broker เทรดเดอร์ควรตรวจสอบใบอนุญาตของ Broker และควรตรวจสอบประวัติของ Broker ในบันทึกของหน่วยงานกำกับดูแล หากเทรดเดอร์พบว่ามีรายการการดำเนินการบังคับใช้จำนวนมาก ควรมองหา Broker อื่น

แหล่งข้อมูลที่สามคือเว็บไซต์เปรียบเทียบ เว็บไซต์เหล่านี้จะแสดง Broker แบบเทียบกันไปพร้อมกัน และมักมีข้อมูลค่าธรรมเนียม แพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์ และรีวิวจากลูกค้า เทรดเดอร์ควรใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบเพื่อคัดรายชื่อ Broker ที่น่าสนใจ และไม่ควรยึดติดกับเว็บไซต์เพียงแห่งเดียว เทรดเดอร์ควรตรวจสอบวันที่ของการเปรียบเทียบด้วย เพราะข้อเสนอของ Broker อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

แหล่งข้อมูลที่สี่คือชุมชนของเทรดเดอร์ ฟอรัม สื่อสังคมออนไลน์ และเว็บไซต์รีวิวมีประโยชน์ในการค้นหาชื่อเสียงของ Broker เทรดเดอร์ควรมองหาข้อร้องเรียนที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับปัญหาเดียวกัน และไม่ควรยึดตามรีวิวเพียงรายการเดียว เทรดเดอร์ควรดูด้วยว่า Broker ตอบสนองต่อข้อร้องเรียนอย่างไร และการตอบสนองของ Broker ถือเป็นสัญญาณของคุณภาพการบริการลูกค้า

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

รายการแรกคือการกำกับดูแล ผู้เทรดควรตรวจสอบใบอนุญาต หน่วยงานกำกับดูแล และการแยกเงินทุน ผู้เทรดไม่ควรเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล และผู้เทรดควรระมัดระวังกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลในเขตอำนาจขนาดเล็ก

รายการที่สองคือตารางค่าธรรมเนียม ผู้เทรดควรเปรียบเทียบค่านายหน้า สเปรด ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว และค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ผู้เทรดควรคำนวณต้นทุนรวมสำหรับรูปแบบการเทรดตัวอย่าง และผู้เทรดควรเปรียบเทียบต้นทุนรวมระหว่างโบรกเกอร์สามถึงห้าแห่ง

รายการที่สามคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ ผู้เทรดควรระบุผลิตภัณฑ์ที่ผู้เทรดต้องการเทรด และตรวจสอบข้อเสนอของโบรกเกอร์สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ ผู้เทรดยังควรตรวจสอบเลเวอเรจที่มีให้ในแต่ละผลิตภัณฑ์ และตรวจสอบข้อกำหนดมาร์จิ้น

รายการที่สี่คือแพลตฟอร์ม ผู้เทรดควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยบัญชีเดโม และตรวจสอบประเภทคำสั่ง การทำกราฟ คุณภาพข้อมูล และความเร็วในการประมวลผลคำสั่ง ผู้เทรดยังควรตรวจสอบแอปมือถือ เพราะผู้เทรดอาจจำเป็นต้องเทรดระหว่างเดินทาง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวิจัยโบรกเกอร์

ใช้เวลานานแค่ไหนในการทำวิจัย? การวิจัยอย่างละเอียดอาจใช้เวลาสองสามวันถึงไม่กี่สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเทรดเดอร์ เทรดเดอร์ไม่ควรรีบตัดสินใจ และควรทดสอบแพลตฟอร์มด้วยบัญชีเดโมก่อนเปิดบัญชีจริง

ฉันจะหาประวัติการบังคับใช้ของโบรกเกอร์ได้จากที่ไหน? เว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลคือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด หน่วยงานกำกับดูแลจะเผยแพร่รายชื่อโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต และหน่วยงานกำกับดูแลจะเผยแพร่การดำเนินการด้านการบังคับใช้ เทรดเดอร์ยังสามารถตรวจสอบข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานกำกับดูแลได้อีกด้วย

เว็บไซต์เปรียบเทียบพอไหม? เว็บไซต์เปรียบเทียบเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเว็บไซต์เปรียบเทียบไม่สามารถทดแทนการวิจัยของเทรดเดอร์เองได้ เทรดเดอร์ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์และเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นจากตรงไหน

หากคุณกำลังศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโบรกเกอร์หุ้น ขั้นตอนแรกที่มีประโยชน์ที่สุดคือการคัดเลือกโบรกเกอร์ 3 ถึง 5 รายที่ตรงกับความสำคัญของนักเทรด และตรวจสอบใบอนุญาตรวมถึงตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์แต่ละรายด้วย Our broker comparison จะแสดงรายชื่อโบรกเกอร์ตามการกำกับดูแล ค่าใช้จ่าย ช่วงผลิตภัณฑ์ และแพลตฟอร์ม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าโบรกเกอร์มีอะไรให้บ้างก่อนที่คุณจะเปิดบัญชี