นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ให้ไว้มีไว้เพื่อการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ
ค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์เป็นเรื่องปกติสำหรับนักเทรดหุ้น และค่าธรรมเนียมอาจอยู่ได้ตั้งแต่ไม่กี่ยูโรต่อหนึ่งคำสั่งซื้อขาย ไปจนถึงคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าพอร์ต ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันตามโบรกเกอร์ ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ และตามปริมาณการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลตอบแทนของนักเทรดในระยะยาว นักเทรดควรเข้าใจหมวดค่าธรรมเนียมหลัก ช่วงราคาที่พบบ่อย และวิธีอ่านตารางค่าธรรมเนียมก่อนเปิดบัญชีแรก
หมวดค่าธรรมเนียมหลัก
หมวดแรกคือค่าคอมมิชัน ค่าคอมมิชันคือค่าธรรมเนียมแบบคงที่ต่อหนึ่งรายการซื้อขาย และจะถูกเรียกเก็บเมื่อมีการสั่งซื้อขายเกิดขึ้น ค่าคอมมิชันเป็นค่าธรรมเนียมที่เห็นได้ชัดที่สุด และเป็นค่าธรรมเนียมที่เปรียบเทียบได้ง่ายที่สุดระหว่างโบรกเกอร์ ค่าคอมมิชันอยู่ระหว่าง €0 สำหรับโบรกเกอร์แบบส่วนลด ไปจนถึง €20-€50 สำหรับโบรกเกอร์แบบบริการเต็มรูปแบบ
หมวดที่สองคือส่วนต่างราคา (spread) ส่วนต่างราคา คือความแตกต่างระหว่างราคาที่เสนอซื้อ (bid) และราคาที่เสนอขาย (ask) และส่วนต่างราคาคือค่าตอบแทนของโบรกเกอร์สำหรับการดำเนินการซื้อขาย ส่วนต่างราคาจะเป็นต้นทุนโดยนัย และไม่ได้แสดงเป็นค่าธรรมเนียมแยกต่างหากในใบยืนยันการซื้อขาย ส่วนต่างราคาจะกว้างที่สุดในหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ และจะแคบที่สุดในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงและดัชนีหลัก
หมวดที่สามคือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มคือค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปีแบบคงที่สำหรับการใช้งานแพลตฟอร์มการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มจะถูกเรียกเก็บไม่ว่าคุณจะมีการซื้อขายหรือไม่ และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มจะกระทบหนักที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่มีบัญชีขนาดเล็ก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอยู่ระหว่าง €0 สำหรับโบรกเกอร์แบบส่วนลด ไปจนถึง €50-€100 ต่อเดือนสำหรับโบรกเกอร์ระดับพรีเมียม
หมวดที่สี่คือค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว (inactivity fee) ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหวคือค่าธรรมเนียมสำหรับการไม่ทำการซื้อขายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และค่าธรรมเนียมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เทรดเดอร์ทำการซื้อขายมากขึ้น ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง €0 ถึง €50 ต่อไตรมาส และสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่ายด้วยการทำอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อไตรมาส
หมวดที่ห้าคือค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ค่าธรรมเนียมการถอนเงินคือค่าธรรมเนียมสำหรับการถอนเงินออกจากบัญชี และจะถูกเรียกเก็บโดยโบรกเกอร์บางราย ค่าธรรมเนียมการถอนเงินอยู่ระหว่าง €0 ถึง €25 ต่อการถอนหนึ่งครั้ง และสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการถอนเงิน
หมวดที่หกคือค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินคือค่าธรรมเนียมสำหรับการแปลงสกุลเงินที่ฝากเข้ามาเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมนี้เกี่ยวข้องกับเทรดเดอร์ที่ซื้อขายหุ้นในสกุลเงินที่แตกต่างออกไป ค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 0.1% ถึง 1% ของจำนวนเงินที่ถูกแปลง
หมวดที่เจ็ดคือค่าธรรมเนียมข้อมูล ค่าธรรมเนียมข้อมูลคือค่าธรรมเนียมสำหรับข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ และโบรกเกอร์บางรายจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้สำหรับฟีดข้อมูลระดับพรีเมียม ค่าธรรมเนียมข้อมูลอยู่ระหว่าง €0 ถึง €50 ต่อเดือน และสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการใช้ข้อมูลแบบดีเลย์ หรือใช้ฟีดข้อมูลฟรี
ช่วงราคาโดยทั่วไป
สำหรับโบรกเกอร์แบบลดค่าคอมมิชัน ผู้เทรดจะจ่ายค่าคอมมิชัน €0-€10 ต่อหนึ่งการเทรด ค่าสเปรดที่แคบสำหรับหุ้นที่มีสภาพคล่อง ไม่มีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ไม่มีค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว และไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงิน รวมถึงค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินเล็กน้อย ต้นทุนรวมอยู่ที่ €5-€15 ต่อหนึ่งการเทรดสำหรับหุ้นที่มีสภาพคล่อง และต้นทุนรวมจะสูงขึ้นสำหรับหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ
สำหรับโบรกเกอร์แบบบริการเต็มรูปแบบ ผู้เทรดจะจ่ายค่าคอมมิชัน €20-€50 ต่อหนึ่งการเทรด ค่าสเปรดที่กว้างขึ้น มีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม €20-€50 ต่อเดือน มีค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว €0-€50 ต่อไตรมาส และมีค่าธรรมเนียมการถอนเงิน €0-€25 รวมถึงค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินที่สูงขึ้น ต้นทุนรวมอาจอยู่ที่ €50-€100 ต่อหนึ่งการเทรด และต้นทุนรวมอาจสูงขึ้นสำหรับหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ
สำหรับ robo-advisor ผู้เทรดจะจ่าย 0.25 เปอร์เซ็นต์ ถึง 0.75 เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารต่อปี ค่าธรรมเนียมนี้ครอบคลุมการบริหารพอร์ต การปรับสมดุล และการทำ tax-loss harvesting ค่าธรรมเนียมจะเรียกเก็บรายไตรมาสหรือรายปี และค่าธรรมเนียมนี้จะคิดเพิ่มจาก expense ratios ของ ETF ที่อยู่ภายใต้การลงทุน
วิธีอ่านตารางค่าธรรมเนียม
ขั้นตอนแรกคือการค้นหาตารางค่าธรรมเนียมบนเว็บไซต์ของ Broker โดยทั่วไปตารางค่าธรรมเนียมจะอยู่ในส่วน “Pricing” หรือ “Fees” และตารางค่าธรรมเนียมจะระบุค่าคอมมิชชั่น ส่วนต่างราคา (spread) ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน และค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน เทรดเดอร์ควรอ่านตารางค่าธรรมเนียมอย่างละเอียด และควรให้ความสนใจกับข้อความตัวเล็ก (small print)
ขั้นตอนที่สองคือการคำนวณต้นทุนรวมสำหรับรูปแบบการเทรดตัวอย่าง เทรดเดอร์ควรประเมินจำนวนครั้งที่ทำการเทรดต่อเดือน ขนาดสถานะโดยทั่วไป ระยะเวลาการถือครองโดยทั่วไป และสกุลเงิน ต้นทุนรวมประกอบด้วยค่าคอมมิชชั่น ส่วนต่างราคา (spread) ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน และค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน
ขั้นตอนที่สามคือการเปรียบเทียบต้นทุนรวมระหว่าง Broker 3 ถึง 5 ราย การเปรียบเทียบควรยึดตามรูปแบบการเทรดเดียวกัน และควรรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่เทรดเดอร์มีแนวโน้มจะต้องจ่าย เทรดเดอร์ไม่ควรยึดตามตัวชี้วัดเพียงตัวเดียว และควรมองหาค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์
โบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นจริงๆ ฟรีไหม? ไม่ ฟรีไม่ได้ โบรกเกอร์สร้างรายได้จากส่วนต่าง (spread) การชำระเงินสำหรับการส่งคำสั่งซื้อ (payment for order flow) หรือค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน เทรดเดอร์จ่ายให้โบรกเกอร์ทางอ้อม และเทรดเดอร์ควรมองที่ “ต้นทุนรวม” ไม่ใช่แค่ค่าคอมมิชชั่น
ค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหวโดยทั่วไปคือเท่าไร? โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหวอยู่ที่ €10–€50 ต่อไตรมาส และจะถูกเรียกเก็บหากเทรดเดอร์ไม่ได้ทำการเทรดในไตรมาสนั้น เทรดเดอร์สามารถหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมได้ด้วยการทำการเทรดเล็กๆ สักครั้งต่อไตรมาส และสามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกันโดยเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมความไม่เคลื่อนไหว
ฉันสามารถต่อรองค่าธรรมเนียมได้ไหม? ได้ ในบางโบรกเกอร์ เทรดเดอร์ที่มีบัญชีขนาดใหญ่หรือมีปริมาณการเทรดสูงสามารถต่อรองค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มได้ เทรดเดอร์ควรถามโบรกเกอร์เพื่อขอส่วนลด และควรเปรียบเทียบส่วนลดนั้นกับค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์รายอื่น
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นตรงไหน
หากคุณกำลังพิจารณาค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ ขั้นตอนแรกที่มีประโยชน์ที่สุดคือการหา “ตารางค่าธรรมเนียม” บนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ และคำนวณต้นทุนรวมสำหรับรูปแบบการเทรดตัวอย่าง จากนั้นบทความ เปรียบเทียบโบรกเกอร์ ของเราจะรวบรวมโบรกเกอร์และตารางค่าธรรมเนียมไว้ด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบว่าโบรกเกอร์เรียกเก็บอะไรบ้างก่อนที่คุณจะเปิดบัญชี